สาวน้อยหน้าเน่า: (3) ทั้งชีวิตไม่มีใครใกล้ จนมีเทพบุตรที่ไม่กล้าฝัน เป็นคนแรกชิดที่ Hostel

สาวน้อยหน้าเน่า: (3) ทั้งชีวิตไม่มีใครใกล้ จนมีเทพบุตรที่ไม่กล้าฝัน เป็นคนแรกชิดที่ Hostel

ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกค่ะเพื่อนๆ ออสเตรเลี่ยนที่พึ่งมาใหม่นี่เอง เขาตัวไม่สูงเท่าวิลหรอกนะคะแต่หล่ออยู่ ดูดีไม่น่าเกลียด ดิฉันทําหน้างงใส่เขา เขาก็ถาม "นี่ที่คุณนั่งหรอ" "ใช่ค่ะ" พร้อมสายตาเป็นประกาย สไตล์เอเชี่ยน เขาเลยเขยิบของห่างออกไปเก้าอี้หนึ่งตัว โต๊ะนั้นมีเก้าอี้8ตัวได้นะคะ

นั่งได้สักพัก จริงๆดิฉันเป็นคนชอบแต่งเพลงเล่นๆ ดิฉันเลยแต่งเพลงเกี่ยวกับวิลหนะค่ะ ว่าเวลาฉันนอนนั้นนอนไปเป็นจังหวะ บลาๆๆๆ เขียนไปสักพัก ก็มีพ่อหนุ่มออสเตรเลี่ยนมานั่งตรงข้ามหน้าดิฉันค่ะ ดิฉันก็งง เพราะปกติถ้าเป็นที่พักเก่า เขานั่งที่ห่างๆ คนเอเชี่ยนอย่างดิฉันค่ะ ทั้งๆที่ๆพักนั้นมีโต๊ะอยู่ประมาณ 10 โต๊ะได้ แต่... แต่ทําไม มานั่งกองที่โต๊ะดิฉันหละคะ

และเขาก็พูดทักทายกัน 2 คนและก็มองมายังที่ฉันจะให้ฉันคุยด้วย แต่... ดิฉันได้แต่พยักหน้า ไม่คุยตอบ เพราะดิฉันไม่ขอเผื่ออะค่ะ "ฉันต้องแสดงสปิริต ว่าฉันอะที่ทักใครที่คุยกับใคร แต่ละคนคือคนที่ฉันอยากคุยเท่านั้น" ฉันคิดในใจ เพราะพ่อวิลเขาอยู่ด้านหลังฉันไม่ไกล เขาจะได้ไม่คิดว่าผู้หญิงเอเชี่ยน อย่างดิฉัน ก็แค่คนคุยไปทั่ว ไม่จริงจังกับใคร อะไรแบบนี้ ที่กว่าจะทักเขาก็ล่อวันที่ 3 ซะแล้ว

แต่งเพลงไปได้ 1 ชม.กว่าๆ แต่งไปแต่งมาดิฉันรู้สึกแปลกๆ เลยหันไปด้านซ้าย คุณพระ พี่วิลสูงหล่อล่ําของดิฉันยืนมองดูดิฉันเขียนอยู่และเขารีบหันไปเลยค่ะ

ณ ตอนนั้น ดิฉันก็อ้ายอาย แต่งเป็นภาษาอังกฤษอะค่ะ และเขาเนทีฟอิงลิชคงแบบอ่านสบายตาเลยทีเดียว แบบเนื้อเพลงเพ้อเจ้อเป็นเวอร์มากมาย

แนวๆ Eternal Flame แต่เป็น เดี๋ยวยกตัวอย่างเนื้อเพลงที่ดิฉันแต่งแปลงให้ดูนะคะ Turn your eyes watch out my body, baby Do you see my breath rhythm? Do you understand? Do you feel the same?...

แนวๆ นี้แหละค่ะ ดิฉันก็อายสิคะ เลยแบบไม่กล้าทักเขาอีก เขาก็เดินกลับไปที่นั่ง และฉันเลยเปลี่ยนแนวมาเขียนเป็นไดอารี่ภาษาไทยแทน จะได้หมดเรื่อง ไม่มีใครเห็น 555 ดิฉันนั่งอยู่โต๊ะหน้าที่พักตั้งแต่ บ่าย 2 โมงยัน 6 โมงเย็นเลยคะ

พ่อออซซี่สองคนก็นั่งเมาท์อยู่อย่างนั้น (แต่หนุ่มที่นั่งตรงข้ามดิฉันหล่อกว่าพ่อหนุ่มอังกฤษ, วิลกับออสซี่ที่มาวางของใกล้ๆนะคะ แบบเขาคุยไป ฉันก็มองปากเขาไป ปาก เขาsexy มากๆค่ะเพื่อนๆ อวบอิ่ม น่าจูบมากค่ะ เพราะควันหลงเมื่อวานที่ไปเที่ยวเจอแต่คนจูบจัน ดิฉัน สาวน้อยเอเชี่ยนผู้ใส่ชื่อ ถึงแม้หน้าตาแย่ๆอุบาทว์ๆแบบนี้ ก็hornyเป็น นะคะ จินตนาการว่าดิฉันโดนแซนด์วิชอะค่ะ เพราะหนุ่มตรงข้ามเขาก็ดันกินแซนดวิชไปด้วย คุยไปด้วย ดิฉันสองรูที่เหงามาทั้งชีวิต ก็อยากสัมผัสไออุ่นๆ ของจีเนียนๆที่ไม่ใช่นิ้ว ดิฉัน เขียนไปก็จินตนาการไป...) หันไปด้านหลังพ่อหนุ่มวิลก็ยังนั่งอยู่คนเดียวเล่นแทบเล็ต

ดิฉันก็เริ่มหิวและเบื่อ เลยไปออกไปหาอะไรกิน (ตอนไปเดินหาอะไรกินก็น้ําตาไหล ร้องแต่เพลงเศร้าๆ ในใจ ดิฉันเลยถ่ายรูปหน้าตัวเองว่าฉันเคยร้องไห้กับคนๆนี้นะ แต่ดันไม่ ติดน้ําตาสักหยด ภาพจับไก้แต่รอยย่นของใบหน้าดิฉัน)

และกลับมาอาบน้ําอาบท่า อาบน้ําเสร็จกลับเข้ามาในห้อง ก็เจอพ่อหนุ่มวิลโทรศัพท์จองที่พักที่เมืองใหม่ ดิฉันก็ได้แต่เห้ออ คืนนี้คืนสุดท้ายแล้วหรอนี่ที่ดิฉันจะได้ใกล้ชิดกับพ่อ หนุ่มเงียบขรึมในฝันผู้ล่ําบึกบึน…

ไหนๆเขาก็เป็นคนแรกในชีวิตดิฉันที่เป็นคนแปลกหน้าที่อยู่ใกล้ชิดกันมากขนาดนี้ 3คืนติดต่อกันในเมืองที่คนส่วนใหญ่พักแค่คืนเดียว...

ดิฉันเลยแอบถ่ายรูปเขาค่ะ เพราะตอนนั้นคนในห้องมีแค่เรา 2 คน (ถึงแม้เราจะอยู่ในห้องนั้นสองคน แต่ดิฉันยังคงละอายเรื่องเพลงที่ฉันแต่งและเขาดันมาเห็น เลยไม่กล้าที่จะ คุย... น่าเสียดายนะคะ เขายังไม่รู้จักชื่อของดิฉันเลย และฉันก็รู้แค่ชื่อแรกชื่อเดียว... ช่างเศร้าเหลือเกิน)

หนุ่มฝรั่งมองสาวไทยไหม?
ขอโมเสกนิดนึงนะคะ

และแล้วเขาก็ออกไป ดิฉันก็อยู่ในห้องคนเดียว ดิฉันจึงเขียนโน็ตกะจะใส่ในกระเป๋าของวิล เพื่อแวะมาไทยแลนด์จะได้แนะนําอะไรได้ค่ะ แบบแหม เขาคือfirst time ที่กล้ามา เข้าใกล้ดิฉัน ดิฉันก็อยากรู้จักเขามากขึ้น

**** แต่และแล้ว อริตลอดการของดิฉัน... คนอเมริกัน!!!

ดิฉันกําลังจะเดินไปยังล็อกเกอร์ด้านเขา คนเมกันก็เข้ามาค่ะ ดิฉันเลยจึงต้องรีบกลับมายังเตียงนอนดิฉันเพราะเดี๋ยวเขานึกว่าอยู่บนห้องคนเดียว จะไปขโมยของชาวบ้านหรอไง

พวกมันมากัน 3 คนค่ะ ที่ดิฉันรู้ว่าเป็นเมกันเพราะ 1. สําเนียง 2. ขี้โอ่ 3.เสียงดัง 4.ชอบฟิตหุ่น พวกนี้เป็นวัยรุ่นนะคะ (จริงๆถ้าพวกมันสงบปากสงบคํา ดิฉันก็อยากจะรับ ประทานเหมือนกันนะคะ เพราะหน้าตาพวกเขาก็ดี)

มันมาแขวะตัวดิฉันค่ะ แบบฉันก็นอนเล่นแทบเล็ต รอเวลาพวกมันออกไป.. แต่มันพูดว่า "ดูEเอเชี่ยนนั่นสิ หน้าตาก็อัปลักษณ์ช้าดหมา" และเพื่อนๆมันก็หัวเราะห์ แต่ดิฉันก็ทําเป็นไม่ได้ยิน ไม่อยากมีปัญหา

เสียงหัวเราะจบมันก็พูดต่อว่า "เห้ย ดูดิ ใครมันจะบ้าจี้มานอนข้างๆอีเอเชี่ยนคนนี้ว่ะ" เพื่อนมันก็หัวเพราะ และอีกคนก็พูดว่า "มาๆๆๆ เรามานอนเป็นเพื่อนอีนี่กันเถอะ" ดิฉันก็ เห้ยย อะไรว่ะ แต่ก็เงียบไป

และพวกมันก็ขึ้นมาบนเตียงค่ะเพื่อนๆ คนนึงด้านที่วิลนอนอยู่ อีกคนเยิบมานอนด้านข้างดิฉัน ทําท่า***กับดิฉันหนะค่ะ และเพื่อนมันอีกคนก็ถ่ายรูป (พวกฝรั่งนี้ มันถอดเสื้อผ้า นอนหนะค่ะ เหลือแต่กกน คิดดูสิคะ มันลามปามหยาบคายกับสาวน้อยเอเชี่ยนผู้นี้ได้ถึงขนาดนี้เลยหรือ)

และเพื่อนที่ถ่ายรูปมันพึ่งเห็นมังคะ ว่าที่ห้องพักนั้นติด CCTV คนถ่ายรูปมันเลยพูด "เห้ยๆๆๆ รีบกลับมาเร็ว ห้องนี้ติดกล้องอยู่เว้ย" ทั้ง2คนเลยรีบลุกออกไปจากเตียงดิฉัน

ดิฉัน สาวอัปลักษณ์ผู้นี้จึงลุกขึ้นมาเก็บสายชาร์จและกระเป๋า ทําเป็นเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น พร้อมมองไปที่หน้าพวกมันแต่ละคน... คาดหวังว่าจะออกไปจากห้อง แต่เปล่าเลยค่ะ ทั้ง 3 คนมันนอนจ้องมองดิฉันค่ะเพื่อนๆ ทั้งๆที่ตอนนั้นก็ยัง 2 ทุ่มอยู่ ดิฉันน้ําตาไหลในใจ จะได้ใส่ชื่อและอีเมลในกระเป๋าวิลแล้วเชียว แต่พวกเมกันมาruinชีวิตฉันของอีก แล้ว!!

ดิฉันก็นอนเล่นแท็บเล็ต รอๆๆๆ เมื่อไหร่มันจะออกไปซักที จนกระทั้งเพื่อนร่วมห้องคนอื่นๆได้ทยอยเข้ามาแล้ว

และคืนนี้แปลกนะคะ วิลมานอนเร็วมากๆ ค่ะ ดิฉันก็อยากจะหันไป แต่พวกเมกันมันคุยซุปซิปแบบว่า เห้ยยดูนุ่นดี คนที่มันนอนติดกับอีเอเชี่ยน

เราก็เลยไม่กล้าหันไปหาเขาเลย... พูดจริงๆนะคะ 4-5 ทุ่มพวกเมกันมันก็เล่นโทรสับพร้อมสายตาจ้องมายังดิฉัน ทําให้ดิฉันหมดโอกาศที่จะติดต่อกับวิลอีกแล้ว... หมดกัน หมดกัน... พร้อมดนตรีเพลงไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอทั้งคืนอีกแล้ว น้ําตาดิฉันก็ไหลริน จนไฟดับทุกคนนอนกันหมด ดิฉันเลยกันไปด้านวิล... เขาหลับไปเสียแล้ว แต่ก็ยังนอนหัน หน้าชิดติดขอบเตียงดิฉันเช่นเคย

ดิฉันนอนไม่หลับเลยค่ะเพื่อนๆ จนกระทั่งตี 5ปลายๆ เริ่มมีแสงแปร่มๆ ดิฉันก็ได้สติตื่นมา ได้แต่มองหน้าพ่อหนุ่มวิล มีเคราทั่วหน้า นอนไม่กรน ฉันมองไปก็น้ําตาไหลไป เราคง มีบุญกันแค่นี้จริงๆ ใช่มั้ย... พวกเมกันกันก็เริ่มตื่นและก็ออกไปแล้ว แต่คนร่วมห้องก็ทยอยตื่น... ฉันไม่มีโอกาสอีกเลยที่จะได้คุยกับเขา ไม่มีอีกแล้ว เลยนอนหันไปอีกด้าน จะได้ ตัดใจไวๆ เพราะวันนี้ดิฉันต้องออกเดินทางไปอีกเมืองหนึ่งแล้วค่ะ…

สัก20 นาทีต่อมาพ่อหนุ่มเขาก็อาบน้ําแต่งตัวแพ็คกระเป๋า ดิฉันจึงมองไปยังด้านเขา เราทั้งสองสบตากัน.. แต่ก็เงียบสงัดเช่นเคย เพราะคนในห้องอีกครึ่งยังคงนอนอยู่ เขาเดิน ถือกระเป๋าจากดิฉันไปแล้ว.........

***** จบแล้วค่ะ ไว้ดิฉันจะมาเล่าให้เพื่อนๆฟังว่าทําไมดิฉันจึงรู้ว่าเขาเป็นบริติชนะคะ ดิฉันความพยายามในแต่ละสิ่งมันเหลือล้น เพื่อความใกล้ชิด ความอบอุ่นมาตลอด ทําไมเรื่องสืบแค่นี้ ดิฉันจะทําไม่ได้...***

ปล. ที่ๆพักตอนกลางคืนหนาวมาก แต่ดิฉันโชคดีอย่างที่มีพ่อวิลอยู่ติดฉัน... ห่างออกไป30ซม. ไออุ่นของเขาทําให้ดิฉันมีความสุขจริงๆ ถึงแม้เขาจะไม่รู้จักชื่อชั้นเลยก็ตาม…

ปล. 2 ดิฉันขอยืนยันว่าเรื่องที่ดิฉันเล่ามาเป็นความจริงนะคะ มันเป็นเรื่องที่สาวน้อยหน้าเน่าอัปลักษณ์คนนึงได้เพ้อที่สิ่งที่ไม่เคยกล้าแม้แต่จะคิดได้สัมผัส

ปล. 3 ฉันไปพัก hostel ในเมืองอื่นๆก็ยังคงโดน ignore เช่นเคย โดนตีห่างเสมอๆ เห้อออ * อ้อ ดิฉันไม่กล้าพัก hostel ในเมืองไทยนะคะ กลัวโดนเจ้าของไล่ตะเพิดหาว่า กระแดะหนะค่ะ*